สนาม RB Leipzig ได้เป็นสักขีพยานในการแข่งขันที่น่าตื่นเต้นซึ่งพลิกโฉมการแข่งขันชิงแชมป์บุนเดสลีกาอย่างสิ้นเชิง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เดินทางมาสู่สนามแห่งนี้ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะลดช่องว่างกับจ่าฝูง บาเยิร์น มิวนิค โดยหวังว่าการเผชิญหน้าที่สำคัญนี้จะเพิ่มบทสำคัญให้กับความหวังในการคว้าแชมป์ของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ฉากเปิดของการแข่งขันเริ่มต้นขึ้นอย่างน่าหงุดหงิด กองหลังฝั่งขวาของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ดูเหมือนเปิดกว้างราวกับประตู ถูกผู้เล่นริมเส้นของอาร์บี ไลป์ซิกฉีกขาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้แฟนบอลที่เดินทางมาเยือนต้องลุ้นระทึกใจ จนถึงนาทีที่ 20 ไลป์ซิกก็ฉวยโอกาสนี้ไว้ได้ดิยอมาเด้ทะลุผ่านเข้าไปราวกับไม่มีผู้ใดขวาง ก่อนจะเปิดบอลอย่างแม่นยำไปที่เสาแรก บาวม์การ์ทเนอร์ซึ่งมีสัญชาตญาณนักล่าประตูอย่างเฉียบคม เข้าชาร์จบอลจ่อ ๆ ไม่พลาด ส่งให้ไลป์ซิกขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็ว ทิ้งดอร์ทมุนด์ให้ตามหลัง 0-1ก่อนที่แฟนบอลจะฟื้นตัวจากความตกใจที่เสียประตู ไลป์ซิกก็เปิดเกมรุกอีกครั้งทางฝั่งซ้ายเพียงสิบกว่านาทีต่อมา บาวม์การ์ทเนอร์ได้บอลในเขตโทษอีกครั้ง ก่อนจะยิงเข้าไปอย่างใจเย็นเพื่อขยายสกอร์นำเป็น 2-0
สถิติในครึ่งแรกสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนถึงตำแหน่งที่อ่อนแอของทีมในสนาม โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ครองบอลได้เพียง 43% เท่านั้น โดยจำนวนการยิงประตูน้อยกว่าคู่แข่งเกือบครึ่ง และยังไม่สามารถสร้างโอกาสยิงเข้ากรอบประตูได้เลย การจัดทัพแบบสามกองกลางห้าแนวรับกลับขาดความเด็ดขาดในเกมรับ เปิดพื้นที่ริมเส้นให้แนวรุกของแอร์เบ ไลป์ซิกวิ่งสวนไปมาได้อย่างอิสระเสมือนทางด่วน
เมื่อดูเหมือนว่าการแข่งขันจะจบลงด้วยความได้เปรียบฝ่ายเดียว กระแสเกมก็พลิกผันอย่างน่าทึ่งในครึ่งหลัง ประตูทำเข้าประตูตัวเองอย่างไม่คาดคิดได้จุดประกายจิตวิญญาณการต่อสู้ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ผู้จัดการทีมโควัชตัดสินใจปรับเปลี่ยนผู้เล่นอย่างเด็ดขาด ส่งผู้เล่นเกมรุกอย่างบรันด์ทและชุควูเอเมก้าลงสนาม ขณะที่ทีมเริ่มแสดงออกถึงจิตวิญญาณการต่อสู้อย่างสิ้นหวังและทุ่มเทเต็มกำลังขณะที่นาฬิกาเดินเข้าสู่ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 95 อเดโมลา อเดเยมี โชว์ทักษะการเลี้ยงบอลเดี่ยวอย่างยอดเยี่ยมทางริมเส้นฝั่งขวา ก่อนจะเปิดบอลเข้ากลางให้ ฟาบิโอ ซิลวา ตัวสำรองยิงจ่อๆ เข้าประตูไปอย่างใจเย็น!สองประตูเสมอกัน! ประตูตีเสมอทำให้ผู้เล่นและทีมโค้ชของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เฉลิมฉลองอย่างแทบจะคลั่งไคล้ เกือบจะกระโดดลงไปในสนามเลยทีเดียว แม้จะเล่นนอกบ้าน พวกเขาก็สามารถคว้าแต้มล้ำค่าจากมือของอาร์บี ไลป์ซิกมาได้

อย่างไรก็ตาม ละครของแมตช์นี้ยังไม่จบลงง่ายๆ ก่อนที่ซิลวาจะทำประตูตีเสมอที่น่าทึ่งในนาทีที่ 89 แบรนท์ได้ส่งบอลทะลุช่องอย่างแม่นยำ อาเดมีวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เลี้ยงบอลเข้าไปในเขตโทษ ในจังหวะนี้ ลูเคบา กองหลังของไลป์ซิกเข้ามาท้าทายเขาแต่กลับทำฟาวล์ล้มอาเดมีลงกับพื้นน่าเหลือเชื่อที่ผู้ตัดสินยังคงไม่แสดงท่าทีใดๆ ต่อจังหวะนี้ แม้แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอ (VAR) ก็ดูเหมือนจะเพิกเฉย ไม่เข้าแทรกแซงแต่อย่างใด การตัดสินที่ขัดแย้งนี้จุดประกายความโกรธแค้นของทีมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ทั้งทีมในทันทีผู้จัดการทีมโควัชถึงกับนำประสบการณ์ยูโดของเขามาเปรียบเทียบเพื่ออธิบายความท้าทายนี้ว่า "นั่นคือการเข้าสกัดแบบกวาดขาอย่างแท้จริง ลูกเบกายไม่ได้สัมผัสบอลเลย – เขาพุ่งเข้าใส่เอเดเยมีโดยตรง พวกเราทุกคนคิดว่านั่นควรเป็นจุดโทษ มันยากจะเข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมผู้ตัดสินถึงไม่ขอดูภาพรีเพลย์"ผู้รักษาประตูโคเบลยังตั้งคำถามถึงมาตรฐานของผู้ตัดสินด้วยว่า: "การฟาวล์ที่น้อยกว่านี้มากยังถูกตรวจสอบ – อย่างน้อยการนี้ก็ควรได้รับการพิจารณา" ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นเรอุสได้ระบายความไม่พอใจของเขาในอุโมงค์ผู้เล่นหลังจบการแข่งขัน โดยตะโกนว่า: "ผู้ตัดสินเป็นคนขี้ขลาด! เขาควรออกมาอธิบายตัวเอง!"

ในขณะเดียวกัน ที่สนามอัลลิอันซ์ อารีน่า ในเมืองมิวนิก บาเยิร์น มิวนิก ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่ค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อพบกับทีมเยือน ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต พวกเขาขึ้นนำ 3-0 อย่างรวดเร็วจากประตูของ พาฟโลวิช และ แฮร์รี่ เคน แม้จะเสียสองประตูในช่วงท้ายเกมจากการตัดสินจุดโทษและความผิดพลาดในการป้องกัน แต่พวกเขาก็สามารถคว้าชัยชนะอย่างหวุดหวิด 3-2 ได้ในที่สุดหลังจบการแข่งขัน ผู้จัดการทีมบาเยิร์น วินเซนต์ คอมปานี ยอมรับว่าทีมของเขาแสดงอาการประมาทหลังจากที่ได้เปรียบอย่างชัดเจน แต่เน้นย้ำว่า "สิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราเก็บสามแต้มได้สำเร็จ"

หลังจากเกมนี้ คะแนนของบาเยิร์น มิวนิคค่อยๆ เพิ่มขึ้นเป็น 60 คะแนน ขณะที่โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ยังคงอยู่ที่ 52 คะแนน ทำให้ช่องว่างระหว่างทั้งสองทีมเพิ่มขึ้นเป็น 8 คะแนน ด้วยการแข่งขันที่เหลือเพียง 11 นัดในฤดูกาลบุนเดสลีกา ช่องว่างที่มากขนาดนี้ถือเป็นอุปสรรคที่ยากจะเอาชนะได้สำหรับดอร์ทมุนด์

สื่อเยอรมันได้ขุดคุ้ยสิ่งที่เรียกว่า "คำสาป" ขึ้นมาทันที: ในยุคสามแต้ม หากทีมใดสามารถรักษาคะแนนนำห่างหกแต้มหรือมากกว่านั้นจนถึงนัดที่ 22 โอกาสที่จะคว้าแชมป์ในท้ายที่สุดแทบจะเป็นสิ่งที่แน่นอน สถิติประวัติศาสตร์นี้กำลังกดดันความหวังในการคว้าแชมป์ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์อย่างหนัก
เมื่อมองย้อนกลับไปที่การแข่งขันทั้งหมด โครงสร้างการป้องกันของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในครึ่งแรกเผยให้เห็นข้อบกพร่องมากมาย ทั้งการจัดวางแทคติกและการปรับเปลี่ยนในสถานการณ์จริงต่างไม่เพียงพอ แม้ว่าโควัชจะทำการปรับเปลี่ยนในช่วงพักครึ่งและทีมแสดงให้เห็นถึงจิตวิญญาณการต่อสู้ที่ดื้อรั้นในครึ่งหลัง แต่ป้ายกำกับ "เริ่มต้นช้า" และ "ไม่สม่ำเสมอ" ก็ยังคงติดอยู่กับทีมนี้อีกครั้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การล้มเหลวในการทำผลงานในจังหวะสำคัญดูเหมือนจะกลายเป็นชะตากรรมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ในการไล่ล่าแชมป์ ในทางตรงกันข้าม บาเยิร์น มิวนิค แม้จะไม่ได้ไร้ที่ติในนัดนี้ แต่ก็สามารถคว้าโอกาสสำคัญได้อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาชี้ขาด เพื่อคว้าชัยชนะด้วยความเยือกเย็น ความมั่นคงและความมั่นใจนี้เองคือความแตกต่างพื้นฐานระหว่างทีมแชมป์กับทีมผู้ท้าชิง
โดยพื้นฐานแล้ว ผลเสมอ 2-2 ของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์กับ RB ไลป์ซิก รู้สึกเหมือนเป็นความพ่ายแพ้สำหรับพวกเขา พวกเขาได้ทุ่มเททุกอย่าง แม้กระทั่งต้องทนกับความอยุติธรรมจากข้อผิดพลาดของผู้ตัดสิน เพื่อเก็บแต้มเดียวจากเกมเยือนอย่างไรก็ตาม ในการเดินทางอันยาวนานสู่ตำแหน่งแชมป์ลีก พวกเขาได้สะดุดล้มอย่างหนัก เมื่อเสียงนกหวีดสุดท้ายดังขึ้น ผู้เล่นของดอร์ทมุนด์ยังคงเฉลิมฉลองประตูตีเสมออันน่าตื่นเต้นนั้นอยู่ อาจจะยังไม่ตระหนักอย่างเต็มที่ว่าการเสมอลูกผีลูกคนนี้ได้ทำให้ความฝันในการคว้าแชมป์ของพวกเขาแขวนอยู่บนเส้นด้ายอย่างน่าหวาดเสียวถ้วยรางวัลนี้ เมื่อฤดูกาลดำเนินไปอย่างเข้มข้น กำลังมุ่งหน้าสู่แคว้นบาวาเรียอย่างมั่นคง อีกครั้งหนึ่ง เรื่องราวของบุนเดสลีกาได้วาดภาพอันชัดเจนของความเป็นจริงอันโหดร้าย ที่ซึ่งความหวังและความผิดหวังอยู่ร่วมกัน


ผลเสมอ 2-2 พร้อมประตูตีเสมอในช่วงทดเวลาบาดเจ็บทำให้รองแชมป์บุนเดสลีกาพลาดท่า เปิดโอกาสให้บาเยิร์นฉีกหนี ขณะที่การลุ้นแชมป์ยังคงสูสี_โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์_การแข่งขัน_อาเดเยมี